วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554

งานครั้งที่ 6

กลยุทธ์ Red Ocean Blue Ocean และ White Ocean
กลยุทธ์ Red Ocean
 กลยุทธ์ Red Ocean นั้นก็คือการทำธุรกิจที่มีคู่แข่งขันสูงแต่หากมีการขยายความให้มีความหมายที่ลึกและชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั้นก็หมายถึงว่าบริษัทต่างๆในอุตสาหกรรมแต่ละรายก็มุ่งเน้นจะเอาชนะคู่แข่งคนอื่นๆ่เพื่อที่จะแย่งชิงลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด และทำให้ได้กำไรมากที่สุดโดยที่ แนวทางส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปที่ ดูว่าคู่แข่งทำอะไรบ้างและบริการของคู่แข่งเป็นอย่างไร เมื่อคู่แข่งออกสินค้าหรือบริการอะไรใหม่ออกมาก็จะทำตามและออกสินค้าใหม่ออกมาเช่นเดียวกันเพื่อไม่ให้น้อยหน้าและแย่งลูกค้าซึ่งกันและกันและเมื่อวงจรนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมก็จะมีลักษณะที่เหมือนกันหาความแตกต่างของสินค้าได้ยากและนำไปสู่การแข่งขันทางด้านราคาเป็นหลัก ซึ่งก็จะไม่ทำให้ใครได้ประโยชน์หรือเกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนที่แท้จิง และนี่คือความหมายของ กลยุทธ์ที่เรียกว่า Red Ocean

ตัวอย่างโฆษณา Red Ocean


เพราะในปัจจุบันมีเครื่องดื่มชูกำลังแข่งกันอย่างมาก ศึกครั้งนี้เริ่มจากทางคาราบาวแดงบอกว่า ของตนมี"วิตามินบี12 "
ทำให้เกิดความคิดดีๆบำรุงสมอง แต่ทางเครื่องดื่มลูกทุ่งบอก "มีแค่บี 12 ไม่พอ" ของเรามีตัวอื่นๆด้วย ทางเครื่องดื่มคาราบาวแดงเลยบอกว่า"ดูที่ฉลากๆ "


Blue Ocean กลยุทธ์ Blue Ocean นั้นก็จะเป็นกลยุทธ์ที่ตรงกันข้ามกับ Red Ocean หลักการของ
Blue Ocean นั้นจะไม่มุ่งเน้นทำในสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรือสิ่งที่ยังไม่มีขึ้นมาใหม่โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม เป็นการสร้างความต้องการของลูกค้าและอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา ก่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าทั้งต่อองค์กรเองและลูกค้า
โดยลูกค้าก็จะได้รับคุณค่าที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง ในขณะที่องค์กรก็จะลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น และนำไปสู่การเติบโตขององค์กร
หรือกล่าวอีกนัยหน่งว่า กลยุทธ์ Blue Ocean ก็คือธุรกิจที่มีคู่แข่งขันน้อยหรือไม่มีคู่แข่งขันนั่นเอง

ตัวอย่างโฆษณา Blue Ocean


ถึงแม้ว่าไส้กรอก CPจะมีราคาที่แพงกว่าร้านแผงลอยธรรมดาที่ก็มีรูปร่างเหมือนกัน แต่คุณภาพของไส้กรองที่เนื่อแน่นๆ ต่างกันกับไส้กรอกทั่วไปที่มีแต่แป้ง จึงขายได้ดี

White Ocean 
ก็เนื่องมาจากว่าเมื่อมี Blue Ocean แล้วก็ยังมีการแข่งขันกันมากขึ้นจน Blue Ocean จะกลายเป็น
Red Ocean มากขึ้นทุกวันจึงมีการคิดที่จะสร้างกลยุทธ์ White Ocean ขึ้นมาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการ , ลูกค้า และสังคม ซึ่งต้องประกอบด้วย คุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ เป็นการสร้างมาตรฐานและบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจและสังคม

ตัวอย่างโฆษณา White Ocean


เป็นโฆษณาที่สร้างแรงบันดาลใจให้รู้จักประหยัดพลังงาน และลดใช้ความสิ้งเปลืองที่ดีมากๆ 

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

งานครั้งที่ 5

ท่านคิดว่าจะทำให้วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นจริงได้นั้น จะต้องมีกลยุทธ์อย่างไรบ้าง


วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นสถาบันชั้นนำแห่งการเรียนรู้ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน



     จากวิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ กลยุทธ์ที่จะก้าวไปยังจุดนั้น ในความคิดโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นได้จริง เพราะตัวพื้นที่และบุคลากรของมหาลัยเองยังสามารถพัฒนาต่อยอดความคิดที่จะพัฒนาได้อีกมากมาย  เพียงแต่ว่าในปัจจุบันมหาลัยของเราอาจยังไม่เป็นที่นิยม เพียงแต่หากร่วมแรงช่วยกันสร้างชื่อเสียง ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น หรือการสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับมหาลัยให้เป็นที่รู้จักเช่น ในหลายมหาลัยใช้วิธีการทำภาพยนตร์ทำให้คนภายนอกและเด็กรุ่นใหม่ได้รู้ถึงบรรยากาศชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษาที่นี่  นอกจากการประชาสัมพันธ์แล้วตัวทรัพยากรต่างๆภายในมหาลัยก็ต้องพัฒนาให้ทันกับเทคโนโลยี และการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันด้วย ถ้าทำได้วิสัยทัศน์ที่วางไว้ก็จะเป็นจริงในเร็ววันจ้า


วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

งานที่4

 วิกฤติน้ำท่วมส่งสัญญาณเตือนว่าธุรกิจต้องเปลี่ยนไป เปิด 4มุมมองจากภาวะวิกฤตที่ต้องเผชิญและบริหารให้รอดพ้น แนะวางแผนรับมือเชิงรุกสร้างภาพลักษณ์อย่างได้ผล กับการสื่อสารแนวใหม่
       
        วิกฤตน้ำท่วมประเทศไทยในครั้งนี้ เมื่อกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจึงมีการประเมินความเสียหายโดยรวมของพื้นที่โดนผลกระทบกว้างขวางหลายจังหวัดได้ว่าน่าจะสูงขึ้นไปถึงหลักแสนล้านบาท เพราะนอกจากจะกระทบต่อการผลิตภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ยังส่งผลต่อการอุปโภคบริโภคของคนทั่วไปอีกด้วย ผลจากวิกฤตน้ำท่วมจึงเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจของคุณต้องเปลี่ยนไป ผู้ประกอบการจึงต้องวางแผนเตรียมพร้อมในอนาคตว่าจะต้องเผชิญกับวิกฤตในรูปแบบใดบ้าง
       ๐ ดีมานด์แท้ ดีมานด์เทียม
        สมชาติ ลีลาไกรศร ที่ปรึกษาอิสระด้านการตลาด และกรรมการกลุ่มบริหารการตลาด สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย แนะแนวทางการบริหารจัดการ 4 มุมมองจากภาวะวิกฤตที่ผู้ประกอบการเผชิญ เพื่อความอยู่รอดในอนาคต
        มุมมองแรก คือ การบริหารจัดการดีมานด์และซัพพลาย (Demand & Supply Management) จากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้จะเห็นสินค้าบางประเภทเกิดความต้องการสูงผิดปกติและซัพพลายที่ไม่เพียงพอ เช่น น้ำดื่ม บะหมี่สำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ชุดกันน้ำ ธุรกิจโกดังเก็บสินค้า รถขนส่งขนาดใหญ่ เป็นตัวพื้นฐานที่กำหนดราคาสินค้า
        แต่ข้อสำคัญคือดีมานด์ที่เกิดขึ้นเป็นดีมานด์จริงหรือดีมานด์เทียม เช่น วิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลให้น้ำดื่มในประเทศไทยขาดแคลนจนต้องนำเข้าจากต่างประเทศหรือไม่ แต่เมื่อค้นข้อมูลแล้วพบว่า ถ้าคนไทยบริโภคน้ำดื่มเฉลี่ยคนละ 2 ลิตรต่อวัน ความต้องการน้ำดื่มในประเทศไทยจะอยู่ที่ 134 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ ประเมินว่าผู้ผลิตในไทยที่สามารถผลิตได้มี 70% โดยไม่นับรวมรายที่เสียหาย น่าจะมีกำลังการผลิตถึง 1,400 ล้านลิตรต่อวัน แต่เหตุผลที่น้ำดื่มในท้องตลาดมีไม่เพียงพอเพราะมีการซื้อเพื่อกักตุนเกินความต้องการบริโภคที่แท้จริง เช่นเดียวกับ มาม่า และไข่ไก่ ซึ่งมีการกักตุนค่อนข้างมาก ทำให้หาซื้อไม่ได้
        ดังนั้น เมื่อมองระยะสั้้น อุตสาหกรรมดาวรุ่งหลังจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ในส่วนของสินค้าบริโภค เช่น น้ำดื่ม อาหารสำเร็จรูป ไข่ไก่ สินค้าอุปโภค เช่น ทราย กระสอบ เรือ อุปกรณ์และชุดใส่กันน้ำ อพาร์ทเมนต์ โรงแรมห้องพัก และยารักษาโรค
        ขณะที่ อุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง ประกอบด้วย 1.อุตสาหกรรมอาหาร ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น (Food Safety) เพราะเมื่อน้ำท่วม ผลที่ตามมาคือการต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำที่เน่าเสีย ทำให้เรื่องของสุขภาพและอนามัยมีความสำคัญมากขึ้น ดังนั้น สินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในเรื่องของสุขอนามัยจะเป็นสินค้าขาขึ้น 2.อุตสาหกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องมาจาก การซ่อมแซมบ้านพัก และการย้ายถิ่นฐานใหม่ และ3.อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Environmental-Friendly Concern) จะได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะจะมีความตี่นตัวด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลมาจากวิกฤตครั้งนี้
       ๐ รับมือวิกฤตเชิงรุก
        มุมมองที่สอง การบริหารจัดการองค์กรในภาวะวิกฤต (Crisis Management) การวางแผนรับมือกับภาวะวิกฤตเฉพาะหน้า และการหาทางป้องกันเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบทางตรงเมื่อเกิดวิกฤตอีกครั้ง โดยให้วิเคราะห์ว่าธุรกิจนั้นๆ เปราะบางต่อปัจจัยไหนบ้าง เช่น ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ การเงิน การเมือง หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ แล้วหาเครื่องมือป้องกันเพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่น การพึ่งพาแหล่งผลิตที่หลากหลาย การกระจายกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การประกันภัยทรัพย์สิน หรือค้ำประกันอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ฯลฯ
       สำหรับคำแนะนำในเรื่องนี้มี 2 ส่วนคือ ส่วนของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีระบบเตือนภัยที่น่าเชื่อถือ แม่นยำ และเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ผู้ประกอบการ ต้องหมั่นศึกษาหาข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า เช่น “กิฟฟารีน” เร่งการผลิตล่วงหน้า 2 เดือน และเตรียมรับมือตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักที่อยุธยา จึงเห็นได้ว่าเพียงในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ แต่ผลที่เกิดขึ้นต่างกันมาก
       ๐ คว้าโอกาสสร้างภาพลักษณ์
        มุมมองที่สาม การบริหารภาพลักษณ์ขององค์กร ( Image Management) ด้วยการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นธรรม และรวดเร็ว รวมถึง การดูแลผู้อื่นซึ่งเป็นการแสดงน้ำใจ และแสดงจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งถือเป็นภาพลักษณ์ที่องค์กรที่ดีควรมี
        จะเห็นว่ามีธุรกิจที่กระตือรือร้นและมีวิธีการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมได้ดี ในแง่ของการสร้างภาพลักษณ์องค์กร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “ตัน ภาสกรนที” ซึ่งแม้ว่าโรงงานมูลค่า 3,500 ล้านบาทของเขาจะได้รับความเสียหาย แต่ก็สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการออกมาช่วยเหลือสังคมจนเป็นที่ประทับใจของผู้คน หรือ “พาที สารสิน” ผู้บริหารสูงสุดของสายการบินนกแอร์ ที่ออกมาให้ข้อมูล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไม่ละเลยและไม่ทอดทิ้งลูกค้า และยังมีอีกหลายองค์กรที่ตื่นตัวในเรื่องนี้ ซึ่งความไวมีความสำคัญเพราะการเริ่มเคลื่อนไหวก่อนตั้งแต่แรกทำให้คนจำได้มากกว่าทำในตอนหลัง แม้จะทำมากกว่า เพราะกฎการตลาดข้อหนึ่งคือ กิจการที่ทำเป็นลำดับ 1 ใน 3 แล้วคนจะจดจำได้
        อีกตัวอย่างคือ การออกมารวมตัวกันของผู้ประกอบการโรงแรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัย ด้วยการประกาศลดราคาห้องพัก และมีการให้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับผู้ต้องการที่พัก เช่น สามารถหาที่พักได้ที่ไหนบ้าง อัตราค่าเช่าเท่าไร ฯ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้เอาเปรียบหรือฉวยโอกาสสร้างกำไร แต่กลับใช้โอกาสทางธุรกิจในการแสดงน้ำใจหรือสร้างแบรนด์ได้ด้วย
        เช่นเดียวกับ “แสนสิริ” ที่แสดงให้เห็นว่าพยายามช่วยลูกบ้านอย่างเต็มกำลัง เช่น เปิดสายด่วนติดต่อโครงการเพื่อบอกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ การแจ้งถึงมาตรการป้องกัน การถ่ายรูปบ้านแล้วส่งไปให้ลูกบ้านดู ฯ ซึ่งแม้จะไม่ได้ผลทั้งหมด แต่ได้ใจ เพราะลูกบ้านเห็นว่าทำเกินหน้าที่
        สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถสร้างภาพลักษณ์องค์กรได้ด้วยการดูแลคนที่ใกล้ชิดก่อน ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเออร์หรือลูกค้า และพยายามหาเครื่องมือต่างๆ เข้าไปช่วย ทำให้ลูกค้่ารู้สึกดีและมั่นใจว่าต้องการสร้างความสัมพันธ์กันต่อไปในระยะยาว ในแง่ของการประชาสัมพันธ์สิ่งที่ทำเพื่อช่วยเหลือสังคมจะทำให้ได้ลูกค้าในอนาคต เพราะวิกฤตจะเป็นโอกาสเมื่อลงมือก่อน และการหาประเด็นหรือเรื่องที่ทำได้ดีจะทำให้ถูกพูดถึง
       ๐ คุมเกมการสื่อสารแนวใหม่
        มุมมองที่สี่ การบริหารจัดการการสื่อสารไปยังผู้บริโภค (Communication Management) เพราะผู้บริโภคมีวิธีรับรู้ข่าวสารเปลี่ยนไปจากเดิม จากการติดต่อสื่อสารทางเดียวของผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค กลายเป็นผู้บริโภคต่างสื่อสารระหว่างกันเองมากขึ้น ซึ่งในช่วงวิกฤตนี้จะเห็นชัดมากขึ้นผ่านสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ดังนั้น การให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาข้อมูลข่าวสาร (Co-content Creation) หรือการสร้างชุมชนออนไลน์เพื่อสร้างความคุ้นเคย (Community Development)
        วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้จะเห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้พึ่งพาข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐเท่านั้น แต่มีภาคเอกชน หรือกลุ่มคนที่เป็นอาสาสมัครมาเตือนภัยและให้ความรู้ซึ่งกันและกัน จึงเป็นเรื่องอินเทรนด์ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม
        ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมนี้ เห็นได้จากตัวอย่างการรวมตัวของกลุ่มอาสาสมัคร ได้แก่” รู้สู้ Flood” คือกลุ่มอาสาสมัครทำสื่อวีดีโอสร้างสรรค์ในรูปแบบอนิเมชั่นแนะนำวิธีรับมือกับน้ำท่วมอย่างมีสติ ”น้ำขึ้นให้รีบบอก” เป็น Facebook ที่มี Fanpage นับแสนคนคอยติดตาม ”สยามอาสา” คืออาสาสมัครฟื้นฟูประเทศไทย ซึ่งคอยรวบรวมข่าวสารและความต้องการอาสาสมัครในแต่ละพื้นที่ ” www.thaiflood.com“ ศูนย์ข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ “Gen Y volunteers” ศูนย์คนรุ่นใหม่ใจอาสา
        “นี่เป็นครั้งแรกที่คนตรวจข้อมูลจากเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์หรือวิกฤตการณ์ที่ผ่านมา เพราะต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากที่มาที่ไว้ใจได้ และต้องการข้อมูลที่ฉับไวรายวินาที ไม่ใช่แค่การนั่งรอการรายงานข่าวจากวิทยุหรือทีวีอย่างเดิม”
        วิกฤตครั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มีตัวเลขของคนที่เข้าไปใช้เพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ เห็นได้ชัดว่ามีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากขึ้นอย่างไรบ้าง ผู้ประกอบการควรจะตื่นตัวในเรื่องนี้ เพราะการเติบโตและขยายวงของสื่อนี้จะเกิดขึ้นเร็วมาก
        ทิศทางการใช้สื่อในปัจจุบันแตกต่างจากเดิม จะเห็นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ก่อนแล้วจึงใช้สื่อสารมวลชนตามหลัง เช่น สินค้าหรือธุรกิจมักจะใช้ยูทูบสื่อสารว่าจะไปเป็นสปอนเซอร์รายการไหนที่ช่องไหน เป็นต้น เพื่อให้คนดูติดตามไป
        สำหรับผู้ประกอบการควรนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปวิเคราะห์และปรับประยุกต์ใช้ในธุรกิจของตนเอง สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผู้บริโภคไม่ได้เชื่อเจ้าของสินค้า แต่จะใช้มุมมองของตนเองในการนำข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าออกมาเสนอให้เพื่อนด้วยการถ่ายภาพ ทำคลิป และส่งไปให้ ดังนั้น การทำธุรกิจของผู้ประกอบการต้องมีความโปร่งใสมากขึ้น ข้อมูลที่นำเสนอหรือเตรียมตอบคำถามต้องมีพร้อม เพราะหากผิดพลาดจะถูกประจานได้ง่าย และการปกปิดข้อมูลไม่สามารถทำได้อย่างในอดีตที่สามารถปรุงแต่งข้อมูลต่างๆ เนื่องจากผู้บริโภคเป็นผู้สื่อข่าวกันเอง และเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น
        ดังนั้น เมื่อผู้บริโภคหรือลูกค้าต้องการมีส่วนร่วมแทนที่จะปล่อยให้ลูกค้าบอกต่อกันเอง ผู้ประกอบการต้องให้โจทย์ด้วยการให้ร่วมกิจกรรม เช่น เดิมผู้ประกอบการใส่ข้อมูลแล้วให้ผู้บริโภคคลิก like แต่ตอนนี้ให้โจทย์ว่าใครถ่ายรูปมุมนี้ได้สวยได้รางวัล โดยปล่อยให้ได้คิดสร้างสรรค์เอง ทำให้ได้สนุกสนานกับการแชร์เรื่องเหล่านี้ ทำให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมไม่ใช่แค่ทางผ่าน ซึ่งจะทำได้ต่อเมื่อลูกค้ารักแบรนด์จริงๆ และได้ใช้จินตนาการของตนเองในการสร้างสรรค์เพราะแต่ละคนมีบุคลิกต่างกัน ไม่ว่าใครจะเขียนดีหรือหยาบไม่ใช่เรื่องที่ต้องเป็นห่วง ตราบใดที่ผู้ประกอบการคุมโจทย์ได้ เพราะเป็นสไตล์หรือเรื่องสนุกสำหรับคนๆ นั้น
        “ในวิกฤตคือโอกาสท้าพิสูจน์ ไม่เพียงพูดสร้างภาพให้ใครเห็น รู้วางหมากอ่านเกมได้ใช้คนเป็น มิว่างเว้นใฝ่ทำดีมีคุณธรรม” ที่ปรึกษาฯ ทิ้งท้ายด้วยบทกลอน






วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

งานครั้งที่ ๓ : งานช้าง!!





สิ่งที่ได้จากการทำงานช้าง
1. ได้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
2. รู้จักการนำวัสดุที่มีอย่างจำกัดมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด
3. ได้ความสามัคคีภายในกลุ่ม
4. ได้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
5. รู้จักการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันภายในกลุ่ม

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

สมาชิกในกลุ่ม

นายเทวินทร์ จุลหอม              5211410945
นางสาววรรณิศา พันธ์ศรี         5211452163
นางสาววรฤทัย ปานพวงแก้ว   5211452176
นางสาววีระยา บุญเพชร          5211452200




วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

งานครั้งที่ 2 : SWOT Analysis

ให้นักศึกษาค้นคว้าข้อมูล และอธิบายเกี่ยวกับ SWOT Analysis และให้วิเคราะห์ตัวเองว่ามี s คืออะไร อย่างน้อย 2 ข้อ w คืออะไร อย่างน้อย 2 ข้อ o คืออะไร อย่างน้อย 2 ข้อ และ t คืออะไร อย่างน้อย 2 ข้อ


SWOT Analysis 

ความหมายของ SWOT Analysis  
         SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต

SWOT เป็นตัวย่อที่มีความหมายดังนี้

  •          Strengths - จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ 
  •          Weaknesses - จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ 
  •          Opportunities - โอกาสที่จะดำเนินการได้
  •          Threats - อุปสรรค ข้อจำกัด หรือปัจจัยที่คุกคามการดำเนินงานขององค์การ

วิเคราะห์ตัวเอง 


- S = Strengths

  • มีความอดทน
  • ทำงานได้อย่างรวดเร็ว

-W = Weaknesses

  • มีความใจเย็นเกินไป ทำให้ในบางครั้งพลาดโอกาสที่ดี
  • สมาธิสั้น
  • ขาดความพยายาม

-O = Opportunities 

  • การแบ่งเวลาให้ได้ตามต้องการ เพื่อจะได้ใช้เวลาให้คุ้มค่า
  • หาความรู้ใหม่ๆมาใส่ตัวเองเสมอๆ

-T = Threats 

  • เจอกับสิ่งที่ไม่ถนัดทำให้ต้องเสียเวลาในการฝึกอย่างมาก
  • มีเวลาระยะสั้น

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

งานครั้งที่ 14 จรรยาบรรณของผู้ประกอบการ

หากท่านเป็นผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ท่านคิดว่า จรรยาบรรณประการใดเรื่องใดที่สำคัญที่สุด พร้อมให้ยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้เกิดความเข้าใ
  ดิฉันคิดว่าจรรยาบรรณของผู้ประกอบธุรกิจต่อลูกค้าและต่อสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการที่เป็นผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะต้องเกี่ยวโยงถึงบุคคลหลายช่วงวัย การที่จะทำสิ่งใดนั้นจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อสังคมด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเราสร้างเกมมา แต่ลืมคำนึงไปว่าลูกค้าเราก็มีเยาวชนอยู่ด้วย บางครั้งหากมีเนื้อหาที่ไม่ดีหรือกระทบต่อความรุนแรง อาจทำให้เกิดการเลียนแบบและส่งผลต่อสังคมด้วย ฉะนั้นการจะสร้างผลงานที่ดีออกมาควรคำนึงถึงจุดนี้ด้วย

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

ธุรกิจดังกล่าวท่านคิดว่าจะต้องมีกฎหมายมาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะอะไร

คำตอบ จะต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ความคิดเห็นของดิฉันเอง  เนื่องจากบริษัท เมอริทฟู้ด โปรดักส์ จำกัด  เป็นผู้ประกอบการส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวและเครื่องดื่มผลไม้ที่มีความหลากหลาย เป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว มีสายการผลิตที่ครอบคุมผลิตภัณฑืที่เกี่ยวข้อง อาทิ จากน้ำกะทิ จากน้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวผสมน้ำผลไม้ในเขตร้อน น้ำมะพร้าวในเขตร้อน หัวกระทิ ตลอดจนน้ำมันมะพร้าว ฉะนั้นต้องมีกฎหมายที่เข้ามาควบคุมและคอยตรวจสอบระดับของคุณภาพของสินค้าก่อนไปถึงมือผู้บริโภค เพื่อเป็นตัวการันตีว่าสินค้าที่ผลิตมีคุณภาพในระดับมาตรฐาน และกฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์สินค้าที่ต้องจดสิทธิบัตร เพื่อเอาผิดต่อผุ้ที่นำไปเลียนแบบสินค้าด้วย